บันทึกย้อนหลัง ตอน ยามางาตะ 1
posted on 22 Jul 2008 00:59 by doraaomonเขียนจริงเมื่อวันที่ 4/6/08
วันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับเมือง ยามางาตะ เพราะเราได้ออกไปขี่จักรยานเล่นรอบๆ สำรวจเมือง สบายใจมากๆ
ความรู้สึกที่สุขใจเวลาที่มีลมเย็นๆประทะหน้าแบบนี้เราทำหายไปนานมาแล้ว พึ่งจะรู้สึกอีกทีก็เมื่อมีโอกาส
ได้ออกมาขี่จักรยานเล่นแบบนี้นี่แหละ ว่าไปความรู้สึกมันก็คล้ายกับเวลาที่พาน้องหมาขึ้นรถแล้วมันชอบ
ตะกายไปเกาะขอบหน้าต่างรถเพื่อให้ลมปะทะหน้าเล่นอย่างมีความสุขนั่นเอง ไม่เชื่อลองทำดูแล้วจะรู้จ้า
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้ออกมาขี่จักรยานเล่นแบบนี้ รู้แต่ว่ามากกว่าสิบปีแน่นอน ยังจำได้
สมัยนั้นทุกวันที่กลับจาก รร. ต้องออกมาเจอแก็งค์เด็กข้างบ้านประมาณ 5 คนรวมตัวกันแข่งจักรยาน ไม่งั้นก็
จะออกผจญภัยสำรวจไปยังซอยต่างๆ ค้นพบทางใหม่ๆที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แปลกดีเหมือนกันที่ตอนนั้น
ก่อนจะเริ่มออกตัว ไม่เห็นมีใครคิดถึงจุดหมายเลยซักคน เพราะความสนุกมันอยู่ที่สิ่งที่เราจะได้เจอระหว่าง
ทางใหม่ๆที่พวกเราร่วมกันค้นพบด้วยตัวเอง แค่นี้ก็มีความสุข สนุก กันได้มากมาย ผิดกับตอนนี้
มาลองคิดดูว่าถ้าเรานึกสนุกชวนเพื่อนๆไปขี่จักรยานเล่นโดยไม่มีจุดหมายกัน จะมีซักกี่คนกันนะ
ที่ยกมือขอ ร่วมทางไปกับเราด้วย จริงอยู่ที่ว่าการตั้งจุดหมายเอาไว้ในใจมันสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิต
แต่บางทีมันก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ บางทีก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าเพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้นแล้ว
เราหลงลืมความสนุกเอาไว้ข้างหลังหรือเปล่า
กลับเข้ามาสู่เรื่อง ยามางาตะ ดีกว่าเน๊อะ เมืองนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ของขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ เชอรี่
ซึ่งอร่อยมากๆ (ไม่มีโอกาสได้ชิมพันธุ์็ที่ขึ้นชื่อเพราะว่าแพงมากกกก) เมืองนี้ปลูกทุดสิ่งอย่างที่ปลูกได้
อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศที่มีครบทุกฤดู หน้าหนาวก็หนาวสุดขั้ว หน้าร้อนก็ร้อนสุดขีด จึงทำให้เพาะปลูก
ได้หลายอย่างผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดู อากาศที่นี่ก็โคตรบริสุทธิ์เรียกว่าบ้านน๊อกบ้านนอกเลยก็ว่าได้
มองไปรอบๆเมืองทั้ง 360 องศาจะล้อมรอบไปด้วยภูเขาสวยมากๆ
เดือนนี้ (มิถุนายน) อากาศกำลังสบายๆ ไม่หนาวไม่ร้อนเหมาะแก่การออกไปเดินเล่นชมนกชมไม้ ต้นไม้
พึ่งจะผลิดอกออกใบกันมาทักทายชาวโลกอีกครั้งหลังจากหลับไหลพักผ่อนกันมาอย่างยาวนานในหน้าหนาว
สัตว์ต่างๆก็เริ่มออกมา enjoy กับธรรมชาติกันแล้ว มีทั้งนกสวยๆแปลกที่เราไม่เคยเห็นที่เมืองไทยพากัน
ออกมาบินเล่นส่งเสียงเจื้อยแจ้วกันเต็มไปหมด มันคงจะ update เรื่องราวระหว่างที่ไม่ได้เจอกันในหน้าหนาว
เพราะต่างคนก็ต่างบินหนีหนาวกันไปเขตร้อน ไม่แน่บางตัวอาจจะบินมาถึงเมืองไทยก็ได้ใครจะรู้
(คงมีคนรู้แต่กรูไม่รู้) ตามข้างทางก็มีดอกไม้สีสวยมากมายให้เราหยุดดูหยุดชมกันให้ความรู้สึกของการ
เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีจริงๆ ถ้าใครกำลังเศ้าอยู่ได้ออกมาเจอบรรยากาศแห่งความมีชีวิตชีวาแบบนี้คงจะเศร้า
ได้ไม่นาน ก็บรรยากาศมันเต็มไปด้วยการถ่ายทอดพลังซะขนาดนั้น ใครจะมามัวนั่งเศร้าอยู่ได้
ขี่จักรยานผ่านคันนามีเป็ดว่ายน้ำเล่นอยู่ด้วย น่ารักมากกกกก ตื่นเต้นไปหมดกับทุกอย่างรอบๆตัว
วิเคราะห์ได้ว่าเป็นอาการ ตื่นธรรมชาติ ซึ่งอาการนี้จะพบได้มากจากเด็กที่เกิดและโตมาในเมืองหลวง
ที่ไม่ค่อยจะมีพื้นที่สีเขียวให้ได้สัมผัสนั่นเอง
คิดแล้วก็สงสารเด็กในเมือง มันจะไม่ให้ติดเกมส์คอมพิวเตอร์ได้ไงในเมื่อมันไม่มีที่ให้ออกไปวิ่งเล่น ผจญภัย
ในเมื่อไม่เคยได้สัมผัสธรรมชาติ แล้วมันจะไปมีใจรักธรรมชาติได้ยังไง เมื่อไม่เคยได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่
ของธรรมชาติก็จะมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวกันไปซะงั้น นึกแล้วก็อิจฉาเด็กที่โตแถวนี้ มันมีให้เห็นทุกฤดูเลยอ่ะ
นึกภาพออกเลยว่าจะเล่นอะไรได้บ้าง.............น่าสนุกจัง