ALWAYS
posted on 25 Jul 2009 12:26 by doraaomonไม่ได้เขียนซะนาน คราวนี้มาแนะนำหนังดีๆให้ไปหาดูกันจ้า
ไม่เคยเขียนรีวิวหนังเลย แหะๆ ว่ากันตามความรู้สึกละกันเด้อ เรื่องนี้มีชื่อว่า
" ALWAYS sunset on the third street " หรือมีชื่อภาษาไทยว่า
" ถนนสายนี้ หัวใจไม่เคยลืม "
จริงๆแล้วหนังเค้าออกมาตั้งนมนานแต่ไม่มีโอกาสได้ไปหาดูเลยซักที
และเผอิญอีกที่กลับบ้านคราวนี้ ไปเดินเจอมันลดราคาอยู่ คนจนอย่างเราเลยไม่พลาด
รีบซื้อมาดูให้หายข้องใจ และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ
หนังเค้ามีสองภาค จริงๆแล้วภาคแรกก็จบลงในตัวอยู่แล้ว
แต่แนะนำว่าให้หาภาคสองมาดูด้วยจะสร้างความประทับใจ
แบบติดหนึบอยู่ในใจเลยทีเดียวเชียวน๊าา
มาเข้าเรื่องกันเลย ตัวหนังพูดถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่น
ในช่วงหลังสงครามมาประมาณสิบสามปี
ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นกำลังเริ่มฟื้นสร่างจากความโศกเศร้า สูญเสีย และพ่ายแพ้จากสงคราม
เปิดเรื่องมาโชว์ความเป็นอยู่ ของชาวญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้นได้อย่างสวยงามและดูสมจริง
ทำให้คนดูค่อยๆซึมซับเอาความรู้สึกนึกคิด
และธรรมชาติของคนในยุคสมัยนั้นไปโดยไม่รู้ตัว
เหมือนได้เดินเข้าไปสู่ยุคสมัยนั้นเลยก็ว่าได้
เนื้อเรื่องกล่าวถึงชีวิตของคนไม่กี่คนที่อาศัยอยู่ในถนนสายเล็กๆแห่งหนึ่ง
โดยเน้นไปที่ตัวละครหลักคือ นักเขียนไส้แห้งคนหนึ่ง
ที่บังเอิญตกปากรับว่าจะดูแลเด็กซึ่งเพื่อนของสาวบาร์คนหนึ่งทิ้งไว้ให้
และโดยไม่รู้ตัวความโดดเดี่ยวของทั้งสามชีวิตก็ถูกละลายโดยความผูกพันที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสามแน่นแฟ้นและลึกซึ้ง
แต่แล้วโชคชะตาก็กลั่นแกล้งให้ทั้งสามต้องพรากจากกันอย่างไม่เต็มใจ
ส่วนทั้งสามจะหาทางกลับมาอยู่ร่วมกันได้หรือไม่นั้นคงต้องตามชมกันเอง
นอกจากเรื่องความซับซ้อนของอารมณ์และความสัมพันธ์แล้ว
หนังยังแสดงให้เห็นถึง"จิตใจ" ที่ไม่ยอมแพ้ของชาวญี่ปุ่นในยุคนั้นซึ่งสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจน
โดยใช้หอโตเกียวเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความไม่ยอมแพ้หรือท้อถอยของชาวญี่ปุ่น
ที่พร้อมจะสลัดความพ่ายแพ้จากสงคราม และลุกขึ้นมาสู้เพื่อความเจริญก้าวหน้า
ของประเทศอย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าเป็นนิสัยที่ทำให้คนญี่ปุ่นมี "พลัง" ที่สามารถ
เปลี่ยนประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆให้รุ่งเรืองได้อย่างในทุกวันนี้
นอกจากจะใช้หอโตเกียวเป็นสัญลักษณ์แล้ว นิสัยของตัวละครในเรื่องยังแสดงออกถึง
"ความไม่ยอมแพ้"
ของชาวญี่ปุ่นผ่านทางตัวละครเช่น เพื่อนบ้านซึ่งเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถเล็กๆ
แต่ก็ไม่เคยละทิ้งความฝันและความพยายาม โดยมีความ มุ่งมั่นว่าซักวันร้านเล็กๆจะเติบโต
เป็นบริษัทใหญ่ได้อย่างแน่นอน และเด็กฝีกงานในร้านซึ่งเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่
โดยที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ยอมท้อถอย
กลับเพิ่มความพยายามและขยันขันแข็งที่จะเรียนรู้โดยไม่เลิกล้มความตั้งใจง่ายๆ
ความประทับใจเล็กๆน้อยๆที่สอดแทรกอยู่ในหนังตลอดทั้งเรื่อง ก็คงจะเป็น ความรัก
ความผูกพันของตัวละคร ซึ่งแสดงออกมาได้อย่างสวยงาม เช่น ในตอนที่ลูกชายร้านซ่อมรถ
ซึ่งถูกตามใจซะจนเห็นว่าความ รักและความห่วงใยของแม่ที่มีให้เป็นเรื่องน่าเบื่อน่ารำคาญ
ได้พาเพื่อนซึ่งถูกแม่ทอดทิ้งออกเดินทาง ไปตามหาแม่และได้พบความจริงว่าในโลกนี้
ยังมีเด็กที่ไม่ว่าจะพยายามซักแค่ไหน การที่จะร้องขอ ตามหาความรักจากคนที่เรียกว่าแม่นั้น
อาจไม่เป็นผลเลยก็ได้ หรือตอนที่นักเขียนไส้แห้งเก็บเงินซื้อแหวนไปขอสาวบาร์ให้มาอยู่ด้วยกัน
แต่มีตังค์ซื้อได้แค่กล่อง แต่เธอก็ซาบซึ้งจนขอให้เค้าสวมแหวนที่ไม่มีอยู่จริงวงนั้นให้กับเธอ
การผูกปมปัญหาต่างๆในเรื่อง แม้จะเป็นปมที่ธรรมดาไม่ซับซ้อน
แต่กลับเสริมให้หนังสมจริงมากขึ้น เพราะไม่ว่าชีวิตใครก็คงเจอปมแบบนี้เหมือนกันท้งนั้น
ถึงแม้ว่าตอนจบจะสวยงามเหมือนฝัน แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
เพราะว่าบางทีชีวิตคนเราก็อาจจะต้องการแค่ตอนจบที่สวยงาม
แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอ.....
ปล. หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากการ์ตูนชุดเรื่อง Sanchome no yuhi ของ Ryohei Saigan
ซึ่งวางขายเป็นตอนๆ โดย ผู้กำกับ Takashi Yamazaki
หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลมากมาย แต่ที่เด่นๆคือรางวัล Japan Academy
ซึ่งได้รับทั้งหมด 12 สาขาจากที่ถูกนำเสอนทั้งหมด14 สาขา
#1 By ลุงเด้ง on 2009-07-25 19:02