สิ่งใดมีขึ้นย่อมมีลง

posted on 30 Jan 2010 20:05 by doraaomon

หลังจากใช้ชีวิตในโลกต่างด้าว ที่ไม่สนใจภาษาอื่นนอกจากภาษาพ่อแม่มัน (ญี่ปุ่น) มาได้ซักพัก

เราก็ได้เรียนรู้ว่า การใช้ชีวิตในประเทศต่างด้าวเยี่ยงประเทศนี้

มันมีผลกระทบต่อ ความรู้สึกอย่างเลี่ยงไม่ได้

จะว่าไปความรู้สึกของคนเรามันก็มีขึ้นอย่างไรมันก็มีวันลงเช่นนั้น

จะลองเปรียบเทียบดูกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือ Product life cycle ดูนะ

 

ตามตำรา Marketing เค้าว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างนั้นมันก็จะเวียนว่ายตายเกิดไปตามวงจรของมัน

ซึ่งจะว่าไปมันช่างละม้ายคล้ายกับการเวียนว่ายตายเกิดของความรู้สึกของข้าพเจ้าซึ่งมีต่อ

เกาะยุ่นแห่งนี้นี่เอง

ทีนี้มาดูกันว่า Product life cycle นั้นมีอะไรบ้าง

 

 

1 ขั้นแนะนำ หรือ Introduction stage

 

ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผลิตภัณฑ์ เข็นตัวเองเข้าสู่ตลาด ดังนั้นผลกำไรอะไรต่างๆก็แทบจะไม่มี

แถมยังจะต้องหลอกล่อให้ผู้บริโภคหันมาลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูอีกด้วย

 

เฉกเช่นกับข้าพเจ้า ชาวกระเหรี่ยง ซึ่งเหยียบย่างเท้าเข้าสู่ประเทศสุดศิวิไลย์นี้ในครั้งแรก

สายตาพร่ามัวไปกับความแตกต่าง ที่แสนจะแปลกแยกไปในทางที่เจริ๊ญเจริญกว่าถิ่นที่ได้จากมา

และอยากจะเข้าใกล้ชาวต่างดาวของเกาะเล็กๆนี้ เพื่อจะได้รู้ว่าพวกเค้าทำกันยังไง

ให้ประเทศเล็กๆแห่งนี้มันพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งได้เพียงนี้

ว่าแล้วก็แนะนำตัวเองกับชาวยุ่นรอบตัว พยายามแทรกตัวเข้าไปอยู่กะฝูงยุ่น

เพื่อนเรียนรู้และทำความเข้าใจความเป็นคนของชาวยุ่นให้ได้

 

2 ขั้น เจริญเติบโต หรือ Growth stage

 

ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผลิตภัณฑ์เจริญเติบโต คนรู้จักมากขึ้น เริ่มมีการลดแลกแจกแถมโปรโมชั่นต่างๆ

ถ้าจะพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ก็ต้องทำกันในช่วงนี้  เพื่อรักษาสถานะในตลาดเอาไว้

 

เฉกเช่นเมื่อนังกระเหรี่ยง เริ่มได้เข้าไปเวียนว่ายอยู่ในกระแสสังคมของคนญี่ปุ่นมากขึ้น 

เรียกได้ว่าเกือบจะตลอดเวลา ขึ้นนี้เปรียบเสมือนดอกไม้ผลิบานยามเช้า มองไปทางไหน

ก็ช่างบันเทิงเริงใจ เริ่มพูดจาสื่อสารกับชาวต่างดาวได้เป็นคำๆ เริ่มออกไปไหนมาไหนคนเดียวได้

มองไปทางไหนก็ช่างสวยงาม เป็นระเบียบ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ แทบจะโรยด้วยกลีบกุหลาบทุกก้าวเดิน

 

3 ขั้นเติบโตเต็มที่ หรือ Mature stage

 

 เป็นขั้นที่ผลิตภัณฑ์ได้มาถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว ยอดขายอาจจะเพิ่มจนขีดสุดและเริ่มตกลง

เนื่องจากมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ผลกำไรจะเริ่มลดน้อยลงตามมา

 

ช่วงนี้เปรียบได้กับเมื่อกระเหรี่ยงตาดำๆ ได้สัมผัสความเป็นคนของชาวต่างด้าวมาได้ระดับหนึ่ง

และเริ่มรับรู้ถึงด้านเสียๆที่ค่อนข้างยากจะเข้าใจของชาวเกาะแห่งนี้ รวมไปถึงการพัฒนาทางภาษา

ที่มิได้หยุดนิ่งทำให้เริ่มฟังในสิ่งที่ไม่ควรจะฟังออกได้ในระดับหนึ่ง ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีให้

แบบสุดขีดโปรโมชั่นก็เริ่ม ลดลงเพราะเริ่มค้นพบว่า การเฟคใส่กันในบางครั้งนั้น เป็นสิ่งที่เกาะ

แห่งนี้เรียกว่า มารยาท นั่นเอง และกระเหรี่ยงที่เกลียดการเฟคนั้น ก็เปรียบเสมือนคนบ้านป่าเมืองเถื่อน

ที่ควรคู่แก่การนินทาในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม เนื่องจากกระเหรี่ยงโง่ๆ

ที่พูดภาษากระท่อนกระแท่นเป็นคำๆ คงจะไม่เข้าใจขาเมาส์ชาวยุ่นหรอก ดังนั้นนินทา มันต่อหน้านี่แหละ

สะใจดี เหอๆๆๆ

 

4 ขั้น decline stage ขั้นถดถอย

 

 ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผลิตภัณฑ์ เริ่มถดถอย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของยอดขาย หรือกำไร 

ทุกอย่างดูจะร่วงโรย เพราะได้ฝ่าฟันมาจนผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ดังนั้นช่วงนี้

ถ้าอยากจะยังอยู่ในตลาดได้ จะต้องมีการพัฒนา เพิ่มเติม หรือ แตกสาย product line กันไป

 

เฉกเช่นการพบสัจธรรมของกระเหรี่ยงน้อยตาดำๆ เมื่อได้ตาสว่างเสียที อาจจะต้องถึงเวลา

ที่กระเหรี่ยงจะไสหัวตัวเองออกไปจากวงเวียนการตลาดแห่งเกาะที่โดดเดี่ยวนี้เสียที

เนื่องจากทนกระแสการแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดไม่ไหว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อกระเหรี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว

จะถอยมันก็กระไรอยู่ กระเหรี่ยงเลยต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวเอง ด้วยการปล่อยวาง 

กระเหรี่ยงพบว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก และการที่เราเข้าใจและพยายมจะปรับตัว

ให้เข้ากับชนหมู่มากนั้น ก็แสดงว่าอย่างน้อยเราก็ได้พยายามแล้ว ส่วนผลจะเป็นที่

พอใจคนหมู่มากหรือไม่นั้น ก็คงจะต้องแล้วแต่สังคมเท่านั้นที่จะตัดสิน 

แต่อย่างน้อยเราก็ได้พยายามแล้ว

 

ปล.นี่เป็นแค่การเวียนว่ายในสังคมแคบๆเท่านั้น โลกนี้กว้างใหญ่

คนเราก็แตกต่างกันไป ขอให้ทุกคนเจอแต่คนดีๆค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

วิ้ง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า
น่าสนเหมือนกันเน๊อะ แฉญี่ปุ่น อิๆ
อยากไปเที่ยว กิน เล่น ด้วยเหมือนกัน

#13 By n'o-kanok on 2010-03-09 17:36

เค้าขอเชียร์ให้พี่โอกะปอจับมือเขียนหนังสือแฉญี่ปุ่นกันเต๊อะ เอาไปสู้กะโตเกียวอะไรซักอย่าง ฮ่าๆๆๆ question question cry คิดถึงเน้ออออ เค้าอะอยากไปเที่ยวกินๆเดินๆเล่นๆแล้วก็กลับดาวววววววววว confused smile
แต้ว มึงยกตัวอย่างได้เห็นภาพได้ ไอ้สองอย่างแสลงใจนั้นไม่เอาไม่พูด
ฮ่าๆๆๆ คิดถึงล่วยๆ

แก้ว พี่ก็พยายามไม่บ้าอยู่อ่ะแก้ว คลายเครียดโดยการ นั่งหัวเราะคนเดียวอยู่ ดีป่ะ ฮ่าๆ

#11 By n'o-kanok on 2010-02-06 19:11

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกพี่โอ

พี่โอทำได้เชื่อจิ
มีไรระบายมา รับฟังเสมอจ้า

5555 พี่แต้ว นน กับอายุ

เชื่อๆ confused smile

#8 By volkaew (58.8.137.147) on 2010-02-06 13:11

เพื่อนมีหลักการและเข้าใจ PLC ได้ดีเยี่ยมยอดแล้ว
ดังนั้นเค้าไม่เม้นเรื่องนี้

แต่จะแวะมาบอกเพื่อนว่าบางสิ่งมีขึ้นไม่มีลงก็มีเพื่อน...อย่างน้ำหนักหรืออายุอะไรงี้ sad smile

ฮ่วย...เล่นมุกไม่ดูเวล่ำเวลา เขิน ไปดีกว่า ฮ่าฮ่า

คิดถึงเน้อ จุ๊บๆ surprised smile

#7 By Blog Talt shall we read? on 2010-02-06 11:45

แก้ว ขอบคุณมากเลยจ้า พี่ว่ากว่ากร๊าฟพี่จะหยุดเหวี่ยงพี่อาจจะต้องไปอยู่ รพ บ้าก่อนอะดิ ฮ่าๆๆ

#6 By n'o-kanok on 2010-02-05 22:10

พี่โอจ๋า

แก้วขอเสนอกราฟบ้าง
เป็นกราฟที่เคยเรียนตอนเรียนเศรษฐศาตร์
ผลกระทบของตัวแปรนึง หรือหลายๆตัวแปร
ส่งผลให้เราเกิดการเหวี่ยงขึ้นลง
เส้นกราฟ ขึ้นสูง ลงต่ำ ไม่ปกติ อยู่ระยะนึง
แต่่พอผ่านช่วงเวลาสักระยะ เส้นกราฟจะกลับมาสู่สมดุลของมันเอง

อาจไม่ใช่สมดุลเดิม เป็นสมดุลใหม่ ที่ดีขึ้นหรือแย่ลงก็คงไม่รู้และไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรที่มันจะกลับมาปกติ
เส้นกราฟนี้คงเหมือน ใจเราอ่ะพี่โอ
ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่ใจจะปกติ
แต่คงมีสักวัน

ยิ้มไว้น่ะค่ะ
เอาใจช่วยเสมอ

confused smile

#5 By volkaew (58.8.133.125) on 2010-02-03 10:57

นุ ชั้นพยายามเอาความสงบ สยบความเคลื่อนไหวอยู่อ่ะแก ย๊ากกยากกก มีแอบหลุดจิกตอบไปบ้่างเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ

บี คิดๆดูไอ้อะไรแบบนี้นี่มันก็เหมือน กับอีกก้าวหนึ่งสู่โลกของผู้ใหญ่ยังไงไม่รู้
(ชั้นรู้ว่าอายุชั้นน่ะเกินไปแล้วแต่ก็ยังไม่ชินอ่ะเน้อ) แอบเซ็ง ฮ่าๆ

ปอ ปอ พูดถูกมากๆอ่ะ ที่แห่งนี้ควรมาเพื่อเที่ยวอย่างเดียวจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเป็นอะไรกัน นินทาซึ่งหน้านี่มันช่างสะกิดต่อมปรี๊สจริงๆเน๊อะปอ

ทำเป็นดีโง้นงี้ แต่เปิดปากมาเท่านั้นแหละอยากจะเอา เทปกาวมาไล่แปะเรียนตัวกันจริงๆ

#4 By n'o-kanok on 2010-01-31 14:57

Hot! Hot! Hot!

โดนมากเลยค่ะพี่โอ!!! ภาพมันชัดมากกก หุหุ

ปอดีใจที่ได้มาอยู่บนเกาะนี้สี่เดือน
มาเพื่อให้รู้ว่า ที่แห่งนี้มาเที่ยวจะดีกว่ามาอยู่ ฮ่าๆ

แล้วพวกนินทา อย่าคิดว่าเราฟังภาษามันไม่ออก
ออกเป็นคำๆ ชั้นก็รู้ว่าแกนินทาหย่ะ เข้าใจจริงๆ ค่ะพี่โอ

มีเพื่อนฝรั่งคนนึง โดนเด็กญี่ปุ่นนินทาซึ่งๆ หน้า
โดยที่ไม่รู้ว่า เพื่อนฝรั่งคนเนี๊ยเรียกเอกญี่ปุ่น
แต่เพื่อนฝรั่งเค้าก็นิ่งนะคะ ทำเป็นฟังไม่ออกไป เป็นเราหน่อยไม่ได้
ต้องขอทำให้รู้หน่อยว่าฟังออก พูดได้เหมือนกัน

(แต่ถ้าเป็นปอจริงๆ ตอนนี้ฟังก็ไม่ค่อยออก พูดก็ไม่ค่อยได้ 5555)

สู้ๆ ค่าพี่โอ big smile

#3 By Vingt-Neuf on 2010-01-31 08:51

Hot! Hot! ชอบที่เปรียบเทียบมากพี่โอ

บีว่า ชีวิตมักเจออะไรแบบนี้เรื่อยๆอย่างน้อยก็กับที่บีเคยเจอ

ถ้าเราพยายามแล้ว ก็เลิกหวั่นไปได้เนอะ big smile
(ปล. คำลงท้ายแอบเหมือนนางฟ้า cry )

#2 By bababee on 2010-01-30 22:28

แกเขียนได้แบบนี้ ชั้นก็ไม่เป็นห่วงอะไรแกแล้วโอ
เลือกฟังแต่สิ่งที่แกอยากฟัง ...
เลือกทำสิ่งที่แกสบายใจ เนอะ

Take care
double wink

#1 By O r d i n a r Y G i r L on 2010-01-30 22:06